วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2555

แม้ชีวิตก็มิอาจรักษาไว้ได้

แม้ชีวิตก็มิอาจรักษาไว้ได้

          บ่อยครั้งที่ผมมีโอกาสได้ไปงานศพ ซึ่งมีมากกว่างานอื่น ๆ ที่มีจัดกันในสังคม ทำให้โอกาสในการเจริญมรณานุสติมีมากตามทวีคูณ บวกกับการเดินทางไปทำงานทุกวันที่ต้องผ่านกับถนนใหญ่ทุกวัน บ่อยครั้งที่พบอุบัติเหตุและการตายบนท้องถนน ทำให้ผมสงสัยในเรื่องความตายอยู่หลายประการ ประการแรก คือ ทำไมเราถึงต้องตาย ประการที่สอง ทำไมเราเลือกที่ตายเองไม่ได้ ประการที่สาม เราเลือกที่จะไม่ได้ตายได้หรือไม่  คำถามทีเ่กิดขึ้นดูเ้หมือนจะหาคำตอบไม่เจอเลยในชาตินี้ แต่ผมกลับเกิดคำตอบบ่อย ๆ กับคำถามเหล่านี้ และถ้าจะเกิดก็มีเสียงแห่งพระบอกกับผมเสมอว่า "จะมัวสงสัยทำไมอยู่ในความตาย ในเมื่อรู้แล้วว่าจะต้องตาย" เราทุกคนต่างก็รู้ แต่ทำไมไม่ซึ้งในความ ตาย เลย ยังประมาท ยังใช้ชีิวิตราวกับว่าเราจะอยู่อีกนานบนโลกใบนี้ ราวกับว่าชีวิตเราเป็นอมตะ ทั้งชีวิตที่เกิดมา เราทุ่มเทเพื่อคนอื่น ทุ่มเทเพื่อคนรัก ทุ่มเทเพื่อเงิน ทุ่มเทเพื่อ... เยอะแยะมากมาย แต่ลืมเสียสนิทว่าเราเองก็ยังมิอาจรักษาชีวิตของตนเอาไว้ได้เลย สุดท้ายความตายก็จะมาพรากทุกสิ่งอย่างไปจากเราอย่างไม่มีวันกลับคืนมาเป็นดังเช่นเดิม และไปสู่ในสถานที่เราก็ไม่อาจจะรับรู้หรือคาดเดาได้เลย เรายังสนุกกับการทำงานที่ไม่ได้นำชีวิตสู่การตายที่สมบูรณ์ ทั้ง ๆ เป้าหมายของแต่ละคนคือความตาย เป็นเป้าหมายสุดท้ายของเราทุกคน (ทุกคน)

                สุดท้ายแล้วเราก็ไม่อาจแม้จะรักษาชีวิตของตนเองให้ยาวไกลออกไปอย่างที่หวังได้ แล้วเราจะกังวลอะไรกับการงาน ชื่อเสียง เงินทอง ทรัพย์สิน หรือแม้กระทั่งคนที่รัก ซึ่งสุดท้ายไม่ว่าเราหรือเขาก็ต้องพบกับจุดสุดท้ายของชีิวตเหมือนกัน สิ่งที่เราพึงปฏิบัติต่อตนเองและโลกใบนี้อย่างเหมาะสม คืออะไร พระท่านสอนไว้ว่า "ทำสิ่งตรงหน้าที่เต็มที่และดีที่สุด เมื่อผ่านไปก็จงวางสิ่งที่ผ่านไปแล้วและไม่ต้องนึกคิดคำนึงถึงสิ่งที่ยังไม่อาจจะทำอะไรได้ในตอนนี้"  ปัจจุบันสำคัญที่สุด จงอยู่อย่างมีเป้าหมาย แต่ให้่อยู่กับสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน หลวงปู่ดุลย์ท่านสอนไว้ว่า "หากมีเวลาหายใจ ก็ต้องมีเวลาภาวนา" แล้วอย่างนี้เราจะอ้างได้อย่างไรว่าไม่มีเวลาในการปฏิบัติเพื่อสู่การตายที่สมบูรณ์ อ้างไม่ได้เพราะเราหายใจอยู่ทุกวินาที หยุดหายใจแทบจะไม่มี

                  ชีวิตทีเ่หลืออยู่ควรแล้วหรือยังที่จะปฏิบัติตนให้สู่ความตายที่สมบูรณ์ดีกว่าการตายที่ไม่รู้ว่าจะอยู่ที่ไหนหลังการตายและดำรงชีวิตอย่างไรก่อนที่จะตาย