วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

สวากขาตธรรม

สวากขาตธรรม ธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชอบแล้ว
     ครั้งหนึ่งได้ฟังธรรมะจาก MP3 ของหลวงตาพระมหาบัวญาณสัมปันโน จำได้ว่าคำว่า "สวากขาตธรรม" ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของมหาบุรุษ "พระสัมมาสัมพุทธเจ้า" ซึ่งพอจะสรุปตามที่ผมได้เข้าใจไปเองพอสรุปได้ ๒ หลักใหญ่ ดังนี้ครับ
๑. ทุกถ้อยคำทุกพระวจนะมีประโยชน์สำหรับบุคคลนั้นที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสสั่งสอน เหมาะสมโดยตรงไม่มีอะไรผิดเพี้ยน หากได้ยากยิ่ง 
๒. ธรรมอันออกจากพระโอษฐ์ไม่มีสิ่งที่ผิดเลยแม้แต่น้อย ถูกต้องทั้งเหตุ และผล เพราะพระองค์ทรงตรัสสอนทั้งเหตุ แห่งผล สมบูรณ์พร้อมบริบูรณ์ที่แย้งสงสัยไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ล้วนแล้วเป็นความจริงแท้ที่ผู้นำธรรมของพระองค์ไปปฏิบัติล้วนเห็นผลจริงได้อย่างไม่มีข้อสงสัย ปราศจากความเห็นที่เป็นปรปักษ์ต่อหลักธรรมของพระองค์ และยังมีแนวทางที่ชัดเจนสู่ความจริงแท้ได้ด้วยการปฏิบัติจริง

วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ความคิดพิชิตทุกข์



ความคิดพิชิตทุกข์
                หลายวันก่อนนั่งทุกข์ใจกับการกู้ซื้อบ้านหลังใหมไม่ผ่าน เนื่องด้วยการยื่นกู้ร่วมกันระหว่างพี่น้องไม่ได้ ต้องยื่นกู้ระหว่างคู่สมรสกันเท่านั้น มันเป็นเรื่องที่แปลกใจที่เราทำอะไรไม่ได้นอกจากหาใครสักใครมาแต่งงานแล้วก็กู้ใหม่อีกรอบ เรื่องมันคงยาวไปอีก เป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุดไป เป็นการคับแค้นใจอย่างบอกไม่ถูกเพราะบ้านหลังเก่าอยู่มานานจนเหมือนไม่ปลอดภัย พอยื่นกู้ไม่ผ่านจึงได้เวลาทำบ้านหลังเก่าให้น่าอยู่กว่าเดิม ทำให้ต้องรื้นและทำความสะอาดยกใหญ่  จนมาพบหนังสือเล่าเก่า ๆ ที่ซื้อแล้วอ่านจบไปตั้งนาน จำได้ว่าเคยซื้อในงานมหกรรมหนังสืที่จัดที่มหาวิทยาลัย ที่จำได้ด้วยเหตุที่ว่าเพราะเป็นคนชอบซื้อหนังสือแต่ปรากฎว่าวันนั้นถือเงินไปแค่ ๓๕ บาทเพราะจะไปทานข้าว แต่ดันหันหน้าไปเดินงานมหกรรมหนังสือเสียนี่ เลยได้หนังสือเล่นนี้มา รา ๓๕ บาท ขณะที่ค้น ๆ อยู่ก็เปิดอ่านเลยเจอกลอนบทนี้
ตรงกลางระหว่างฉัน


อยู่เรือนพัง    ยังดี         ไม่มีทุกข์
ดีกว่าคุก       หลายเท่า    ไม่เศร้าหมอง
จนยังดี        มีธรรม       ค้ำประคอง
ดีกว่าปอง     ทุจริต        คิดร่ำรวย
ถึงร้อนแดด   แผดเผา      เพียงเข้าร่วม
ใช้พัดวี        มีลม          ร้อนก็หาย
ถึงร้อนลม     พรมน้ำ       ชื่นฉ่ำกาย
ร้อนก็คลาย    กลับระรื่น    ชื่นอุรา
แต่ร้อนแรง    กิเลส         เหตุแห่งทุกข์
ร้อนทุกยุค     ยิ่งกว่าไฟ    ไหม้เคหา
อยากจะให้     คลายร้อน    ผ่อนเมตตา
ยึดพระธรรม    ธารา         มาประพรม

(จากหนังสือ สุขใจกับชีวิต...พอใจกับชีวิต อ่านเมื่อ ๒๕๔๖)
          ทำให้ความทุกข์ ความกังวลกับการยื่นกู้ซื้อบ้านใหม่หมดไปอย่างน่าอัศจรรย์ แท้ที่จริงทุกข์สุขอยู่ที่ใจเรานี่แหละ ทำใจให้เย็นสบาย เบิกบานกับสิ่งที่มีอยู่ พอปรับปรุงบ้านเก่าให้เหมือนใหม่ บ้านหลังเก่าก็น่าอยู่เหมือนกันนี พอมีกำลังใจทำงานเปลี่ยนวิธีคิดใหม่จากอยากกู้กลายเป็นอยากทำงานเก็บเงินให้ได้เยอะขึ้น กำลังใจที่หาได้จากหนังสือดี ๆ สักเล่มเป็นสิ่งที่เราทำให้กับตัวเองหายทุกข์ได้บ้างนะครับ

ข้อความดีๆ ที่เคยบันทึก

       สมัยก่อนยังจำได้ตอนตื่นเช้าใหม่ ๆ ซึ่งสมัยก่อนตอนเด็ก ๆ ผมตื่นเช้ากว่าทุกวันนี้อยู่มาก เพราะเสียงวิทยุของพ่อจะปลุกให้ลุกขึ้นมาพร้อม ๆ กับเสียงของท่าจันทร์ ตอนนั้นผมไม่รู้หรอกว่าท่านจันทร์คือใคร รู้แค่ว่าท่านเป็นพระ แล้วก็เสียงท่านเพราะมาก เคริ้ม ๆ เลยทีเดียว ที่ผมชอบฟังตรงที่ท่านเทศน์สนุกดี และมีกลอนเพราะมาทุกครั้งด้วย สิ่งที่ผมจดจำได้ดี คือ บทกลอน ๒ บทนี้จึงได้เขียนในสมุดบันทึกไว้ ดังนี้ครับ

อย่าฝันถึง          สิ่งชอบ            เหนือขอบฟ้า
จงพอใจ            สิ่งตรงหน้า      สง่าสม
โลกของเรา       ไม่หยุดนิ่ง       ทั้งกลิ้งกลม
วางอารมณ์        สงบนิ่ง            อย่างกลิ้งตาม
                  ท่านจันทร์
อยากมีเงิน             ต้องทำงาน            จึงพานพบ
อยากเรียนจบ        ต้องขยัน                หมั่นศึกษา
ถ้าอยากรัก            ต้องฝักใฝ่               เวียนไปมา
อยากมีหน้า          เสนอหน้า                อาสาคน
อยากมีเกียรติ       เลิกชั่ว                     อย่ามัวอด
อยากมียศ            กล้าแข็ง                 ทุกแห่งหน
อยากเป็นหนึ่ง      ต้องพึ่ง                   ตัวของตน
อยากเป็นคน       ต้องมีธรรม              ประจำใจ
                          ท่านจันทร์

          กลอนทั้ง ๒ บทนี้ผมก็ไม่แน่ใจว่าท่านได้ประพันธ์เองหรือไม่แต่ผมจำได้แล้วเขียนลงสมุดบันทึกนานแล้วเป็นบทกลอนที่ผมจำได้ขึ้นใจ อาจเป็นพระท่านแรก ๆ ที่ผมได้ฟังเทศน์ หลังจากนั้นผมก็ได้ฟังธรรมของหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ต่อมาได้ฟังธรรมของหลวงพ่อพุทธาส จนทำให้สนใจธรรมของท่านพระอาจารย์อื่น ๆ เรื่อยมา