ความคิดพิชิตทุกข์
หลายวันก่อนนั่งทุกข์ใจกับการกู้ซื้อบ้านหลังใหมไม่ผ่าน เนื่องด้วยการยื่นกู้ร่วมกันระหว่างพี่น้องไม่ได้ ต้องยื่นกู้ระหว่างคู่สมรสกันเท่านั้น มันเป็นเรื่องที่แปลกใจที่เราทำอะไรไม่ได้นอกจากหาใครสักใครมาแต่งงานแล้วก็กู้ใหม่อีกรอบ เรื่องมันคงยาวไปอีก เป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุดไป เป็นการคับแค้นใจอย่างบอกไม่ถูกเพราะบ้านหลังเก่าอยู่มานานจนเหมือนไม่ปลอดภัย พอยื่นกู้ไม่ผ่านจึงได้เวลาทำบ้านหลังเก่าให้น่าอยู่กว่าเดิม ทำให้ต้องรื้นและทำความสะอาดยกใหญ่ จนมาพบหนังสือเล่าเก่า ๆ ที่ซื้อแล้วอ่านจบไปตั้งนาน จำได้ว่าเคยซื้อในงานมหกรรมหนังสืที่จัดที่มหาวิทยาลัย ที่จำได้ด้วยเหตุที่ว่าเพราะเป็นคนชอบซื้อหนังสือแต่ปรากฎว่าวันนั้นถือเงินไปแค่ ๓๕ บาทเพราะจะไปทานข้าว แต่ดันหันหน้าไปเดินงานมหกรรมหนังสือเสียนี่ เลยได้หนังสือเล่นนี้มา รา ๓๕ บาท ขณะที่ค้น ๆ อยู่ก็เปิดอ่านเลยเจอกลอนบทนี้
อยู่เรือนพัง ยังดี ไม่มีทุกข์
ดีกว่าคุก หลายเท่า ไม่เศร้าหมอง
จนยังดี มีธรรม ค้ำประคอง
ดีกว่าปอง ทุจริต คิดร่ำรวย
ถึงร้อนแดด แผดเผา เพียงเข้าร่วม
ใช้พัดวี มีลม ร้อนก็หาย
ถึงร้อนลม พรมน้ำ ชื่นฉ่ำกาย
ร้อนก็คลาย กลับระรื่น ชื่นอุรา
แต่ร้อนแรง กิเลส เหตุแห่งทุกข์
ร้อนทุกยุค ยิ่งกว่าไฟ ไหม้เคหา
อยากจะให้ คลายร้อน ผ่อนเมตตา
ยึดพระธรรม ธารา มาประพรม
(จากหนังสือ สุขใจกับชีวิต...พอใจกับชีวิต อ่านเมื่อ ๒๕๔๖)
ทำให้ความทุกข์ ความกังวลกับการยื่นกู้ซื้อบ้านใหม่หมดไปอย่างน่าอัศจรรย์ แท้ที่จริงทุกข์สุขอยู่ที่ใจเรานี่แหละ ทำใจให้เย็นสบาย เบิกบานกับสิ่งที่มีอยู่ พอปรับปรุงบ้านเก่าให้เหมือนใหม่ บ้านหลังเก่าก็น่าอยู่เหมือนกันนี พอมีกำลังใจทำงานเปลี่ยนวิธีคิดใหม่จากอยากกู้กลายเป็นอยากทำงานเก็บเงินให้ได้เยอะขึ้น กำลังใจที่หาได้จากหนังสือดี ๆ สักเล่มเป็นสิ่งที่เราทำให้กับตัวเองหายทุกข์ได้บ้างนะครับ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น