ดอกบัว ๔ เหล่า
หลังจากที่พระพุทธเจ้าท่านได้ทรงตรัสรู้ รู้แจ้งโลกอย่างหมดจด หาจะมีผู้ใดที่รู้ได้อย่างพระองค์ พระองค์ได้ทรงพิจารณาธรรมที่ทรงค้นพบ ทำให้รู้ว่าธรรมที่พระองค์ทรงตรัสรู้นั้น เป็นของยาก ลึกซึ้งเกินที่มนุษย์โดยทั่วไปจะเข้าใจได้ จนนึกท้อพระทัยในการเผยแผ่ธรรมที่พระองค์ทรงได้ตรัสรู้ จากพุทธประวัติที่ได้ศึกษาตามตำรับตำรา แม้กระทั่งสมัยใหม่มีการทำเป็นภาพยนตร์ ทั้งใช้คนแสดง การ์ตูน เป็นต้น ยังได้แสดงถึงขั้นนี้ ขั้นที่พระพุทธเจ้าทรงพิจารณาธรรม หลังจากทรงตรัสรู้แล้วเป็นลำดับขั้นตอนจนน่าทึ่ง (Amazing) เป็นความรู้ที่ทำให้หลุดพ้นจากความทุกข์ได้โดยสิ้นเชิง เมื่อพระพุทธองค์ทรงพิจารณาธรรมแล้ว ทรงพิจารณาบุคคลหรือสัตว์หมู่ใดที่สามารถฟังธรรมของพระองค์แล้วประพฤติปฏิบัติตามได้ ซึ่งพระองค์ทรงแบ่งสัตว์เป็นจำำพวก ๔ จำพวกดังนี้๑. อุคฆฏิตัญญู บุคคลที่สามาระบรรลุธรรมในขณะที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมหรือเหล่าสาวกแสดงธรรม
๒. วิปจิตัญญู บุคคลที่ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าหรือเหล่าสาวกแล้วเกิดความสงสัยแล้วถามเมื่อท่านได้อธิบายขยายความก็บรรลุธรรม
๓. เนยย บุคคลที่ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าหรือเหล่าสาวกแล้วนำมาพากเพียร เกิดข้อสงสัยก็เรียนถาม มีความเพียรประกอบเข้าก็สามารถบรรลุธรรม
๔. ปทปรมะ บุคคลที่ไม่สามารถบรรลุธรรมได้ในชาตินี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่บรรลุในหน้าต่อไป ถึงแม้จะมีความเพียรมากขนาดใดก็ตาม ศึกษามาแค่ไหนก็ตามก็ไม่สามารถบรรลุธรรมได้ในชาติปัจจุบัน แต่เป็นผลปัจจัยให้บรรลุได้ในชาติต่อ ๆ ไป
การกล่าวอ้างในบทความนี้มิได้กล่าวเหมารวมในพระไตยปิฏก แต่โดยความรวมที่แสดงไว้ใน 'อรรถกถา ทีฆนิกาย มหาวรรค มหาปทานสูตร ธมฺมเทสนาธิฏฺฐานวณฺณนา' แต่ในคัมภีร์อื่น อาจแสดงออกไปอีกหลายนัยสำคัญ แต่ทั้่งหมดทั้งมวลที่นำมาเสนอ ถึงว่าแม้เราไม่แสดงออกซึ่งความเพียรในการที่จะบรรลุธรรมชาติต่อ ๆ ไปก็นับว่าต้องยาวนานออกไปอีก แม้นว่าชาติปัจจุบันนนี้เราจะเปรียบเหมือน ปทปรมะ หรือกลุ่มคนที่ไม่สามารถบรรลุธรรมได้ในชาตินี้แต่เราได้เกิดมาเป็นมนุษย์แล้ว และได้พบพระพุทธศาสนาแล้ว สมควรแล้วที่จะมีความเพียร จะตั้งใจศึกษาเพื่อเป็นปัจจัยเพื่อจะเป็น อุคฆฏิตัญญู ในชาติต่อไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น