วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

จิตใจเป็นสิ่งซักฟองให้บริสุทธิื์ได้


จิตใจเป็นสิ่งซักฟองให้บริสุทธิื์ได้

                      หลังจากที่รู้สึกว่าตัวเองหมดพลัง ขาดสติบ่อยขึ้น จึงได้เวลาเปิดเทศนาของครูบาอาจารย์ฟังอีกรอบ ซึ่งเลือกมาฟังคำสอนขององค์หลวงตามหาบัว มีตอนหนึ่งมีคำกล่าวของท่านลอยมาเข้าที่โสตแล้วได้ยินถึงอกถึงใจ "จิตใจเป็นสิ่งล้าง ซักฟอกให้สะอาด บริสุทธิ์ได้"  และต่อจากนั้นก็ได้ยินว่า หากไม่สามารถล้างให้สะอาดได้ ก็คงไม่มีพระพุทธเจ้า และพระสงฆ์สาวกให้เราได้กราบไหว้ได้ หลังจากนั้น จิตก็ขาดสติไปแล้วมาอยู่ในห้วงของความคิด คิดว่าแล้วอะไรล้างใจ ซักฟอกใจให้ขาวสะอาดบริสุทธิ์ได้ เหมือนหลวงตาท่านทราบ เสียงเทศนาก็ลอยเข้ามาอีกครั้งว่า "ธรรมะเหมือนน้ำสะอาด ที่ล้างแก้วที่สกปรกให้ขาวสะอาด" พอทราบแล้วว่าธรรมะทำให้จิตใจขาวสะอาด บริสุทธิ์ได้ แต่เกิดคำถามในใจต่อไปอีกว่า แล้วจะเอาธรรมะอันใดในโลก ซึ่งพระพุทธเจ้าสอนไว้มากเหลือเกิน เราควรเริ่มจากจุดไหนก่อนดี เหมือนหลวงตาทราบอีกครั้ง ความสงบทำให้เรารู้จักความระงับจากสิ่งรบกวน เหมือนน้ำที่ตกตะกอนแล้ว น้ำก็ใส มองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ชัดเจน แล้วท่านก็อธิบายถึงการทำให้จิตใจนั้นได้รู้จักความาสงบ พอรู้จักความสงบเราจะได้เห็นประโยช์ของการไม่คลุกคลี การไม่ฟุ้งซ่าน การมีความระงับ และเห็นโทษของความไม่สงบ ฟุ้งซ่านรำคาญใจ ให้โทษอย่างไรบ้าง เมื่อทราบความสงบระงับแล้วก็ฝึกให้มีความชำนิชำนาญ แล้วนำธรรมของพระุพุทธเจ้ามาพิจารณาให้เห็นตามความเป็นจริง เมื่อเห็นตามความเป็นจริงของสิ่งต่างๆ ก็จะเกิดการปล่อยวาง ปล่อยได้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะไม่เหลืออะไรให้ปล่อย ก็จะเข้าสู่ความบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น